โทร 02-460-9280LINE @nestnursing
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ · บ้านพักคนชรา

สายสวนปัสสาวะ ดูแลอย่างไร เปลี่ยนเมื่อไหร่ ญาติต้องรู้

ผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะต้องดูแลให้เป็นระบบปิด วางถุงต่ำ ดื่มน้ำพอ และเปลี่ยนสายตามกำหนด สรุปวิธีดูแลประจำวัน อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ และเลือกดูแลที่บ้านหรือศูนย์

สายสวนปัสสาวะ ดูแลอย่างไร เปลี่ยนเมื่อไหร่ ญาติต้องรู้

การดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะมีหัวใจอยู่ที่การป้องกันการติดเชื้อและการอุดตัน คือ ให้สายกับถุงเป็นระบบปิดตลอดเวลา วางถุงต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ ไม่ให้สายบิดพับงอ ดื่มน้ำให้พอ รักษาความสะอาดทุกวัน และเปลี่ยนสายตามกำหนด ส่วนการใส่และเปลี่ยนสายเป็นหัตถการที่ต้องทำโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึก ญาติไม่ควรถอดหรือใส่สายเอง ที่สำคัญคือต้องสังเกตสัญญาณติดเชื้อให้เป็น

ข้อสำคัญก่อนอ่านต่อ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ชนิดของสาย กำหนดเปลี่ยนสาย และปริมาณน้ำที่ควรดื่มของผู้ป่วยแต่ละท่าน ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลที่ดูแล

สายสวนปัสสาวะคืออะไร ทำไมผู้ป่วยต้องใส่

การคาสายสวนปัสสาวะ คือการใส่สายผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ปัสสาวะไหลออกลงถุงที่เป็นระบบปิด สายที่ใช้กันทั่วไปเรียกว่า Foley catheter

ผู้ป่วยที่มักต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ตามแผ่นพับความรู้ของศิริราช ได้แก่

  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ หรือถ่ายปัสสาวะเองไม่ได้
  • ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัด

บางรายใส่เพียงชั่วคราว บางรายต้องใส่ต่อเนื่องจนกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน ญาติจึงควรรู้หลักการดูแลไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล

สายสวนปัสสาวะไม่ควรใช้แทนการดูแลผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ยิ่งคาสายนานยิ่งเสี่ยงติดเชื้อ จึงควรทบทวนกับแพทย์เป็นระยะว่ายังจำเป็นต้องคาสายอยู่หรือไม่ และถอดออกเมื่อไม่จำเป็นแล้ว

ดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะในแต่ละวัน

  1. ล้างมือก่อนและหลังดูแลทุกครั้ง และใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสปัสสาวะ
  2. ให้สายกับถุงเป็นระบบปิดเสมอ ไม่ถอดสายออกจากถุงโดยไม่จำเป็น ถ้าพบรอยแตกหรือรั่วซึม ให้แจ้งพยาบาล เพราะเป็นทางที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้
  3. วางถุงต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะของผู้ป่วยเสมอ เพื่อไม่ให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับ และไม่วางถุงกับพื้น ถ้าไม่มีที่แขวน ให้ใช้ภาชนะสะอาดรองไว้
  4. ดูไม่ให้สายบิด พับงอ หรือถูกทับ และยึดสายไว้กับผิวหนังไม่ให้ตึงเกินไป ห้ามดึงสาย ระวังสายถูกดึงรั้งตอนพลิกตัวหรือเคลื่อนย้าย เพราะปลายสายด้านในมีลูกโป่งยึดไว้ ถ้าถูกดึงอาจทำให้ท่อปัสสาวะบาดเจ็บ
  5. เทปัสสาวะทิ้งเป็นระยะ ประมาณทุก 3–6 ชั่วโมง หรือเมื่อมีปัสสาวะราวครึ่งถึงสองในสามของถุง ไม่ให้ปลายทางเทแตะภาชนะที่รองรับ ปิดฝาให้สนิท และเช็ดปลายทางเทด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้ง
  6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เอกสารของศิริราชแนะนำวันละไม่น้อยกว่า 2,000 ซีซี ยกเว้นผู้ป่วยที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ ให้ทำตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
  7. ทำความสะอาดอวัยวะเพศและรอบรูเปิดท่อปัสสาวะทุกวัน ด้วยสบู่อ่อนกับน้ำสะอาด วันละ 1–2 ครั้ง และทุกครั้งที่เปื้อนอุจจาระ ไม่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ

วิธีบีบรูดสายเพื่อไล่ตะกอน และการยึดตรึงสายในผู้ชายกับผู้หญิง ควรให้พยาบาลสอนจนทำได้จริงก่อนพาผู้ป่วยกลับบ้าน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • “ใส่สายสวนแล้วอาบน้ำไม่ได้” อาบน้ำได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าสายจะหลุด
  • “โรยแป้งให้แห้ง” ไม่ควรโรยแป้งบริเวณอวัยวะเพศ เพราะแป้งจับกับเยื่อเมือกและเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
  • “ยกถุงขึ้นมาวางบนเตียงเวลาพลิกตัว” ควรให้ถุงอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะตลอดเวลา ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เช่น ตอนเคลื่อนย้าย ให้พับสายไว้ช่วงสั้น ๆ ตามที่พยาบาลสอน และคลายออกทันทีเมื่อวางถุงต่ำลง ห้ามพับสายค้างไว้

เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะบ่อยแค่ไหน

ไม่มีรอบเดียวที่ใช้กับทุกคน รอบเปลี่ยนขึ้นกับชนิดของสายตามคำแนะนำของผู้ผลิตและแพทย์ ในไทยหลายแห่งนัดเปลี่ยนราวทุก 4 สัปดาห์ ตามแนวทางของศิริราช สายบางชนิด เช่น สายซิลิโคน ใช้ได้นานกว่านั้น และต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นเมื่อสายอุดตัน ติดเชื้อ หรือระบบปิดรั่ว

สายใหม่ต้องใส่ด้วยมือที่ผ่านการฝึกและอุปกรณ์ที่สะอาดปลอดเชื้อ ถ้าทำไม่ถูกวิธีอาจทำให้ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อได้ จึงต้องทำโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึก ครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยที่บ้านมักต้องพาผู้ป่วยไปเปลี่ยนสายที่โรงพยาบาล หรือนัดพยาบาลมาเปลี่ยนให้ที่บ้าน ควรจดวันที่เปลี่ยนครั้งล่าสุดไว้เสมอ

อาการแบบไหนต้องรีบพาไปพบแพทย์

  1. สายอุดตัน ปัสสาวะไม่ไหลลงถุง หรือปัสสาวะซึมออกรอบสายเป็นจำนวนมาก ให้ดูก่อนว่าสายพับหรือถุงอยู่สูงหรือไม่ ถ้าแก้แล้วปัสสาวะยังไม่ไหล หรือปวดท้องน้อย ต้องติดต่อพยาบาลหรือพาไปพบแพทย์ทันที
  2. ปัสสาวะมีหนอง มีเลือดสดหรือลิ่มเลือดปน
  3. มีไข้ หนาวสั่น หรือปวดบั้นเอวมาก ในผู้สูงอายุ การติดเชื้ออาจไม่มีไข้ แต่แสดงออกเป็น ซึมลง หรือสับสนมากขึ้นกว่าเดิม
  4. สายสวนหลุด อย่าพยายามใส่กลับเอง

ส่วนปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นอย่างเดียว ยังไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอไป ให้แจ้งพยาบาลและดื่มน้ำตามที่แพทย์แนะนำ แต่ถ้ามีอาการข้างต้นร่วมด้วย ควรพบแพทย์

ผู้ป่วยติดเตียงที่ใส่สายสวนปัสสาวะมักมีเรื่องอื่นต้องเฝ้าระวังด้วย เช่น แผลกดทับ อ่านวิธีป้องกันได้ในแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง ป้องกันและสังเกตอย่างไร และปัญหาอื่นที่พบบ่อยในปัญหาที่พบบ่อยเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ดูแลที่บ้าน หรือให้ศูนย์ดูแลดี

คำตอบขึ้นกับสภาพผู้ป่วยและกำลังของคนในบ้าน เรื่องที่ควรชั่งน้ำหนักมีดังนี้

  • ผู้ป่วยต้องดูแลเรื่องอื่นร่วมด้วยไหม เช่น ติดเตียง ต้องพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง หรือให้อาหารทางสายยาง งานดูแลจะเพิ่มขึ้นมาก
  • มีคนดูแลที่สังเกตอาการได้ทุกวันไหม ทั้งสีและปริมาณปัสสาวะ ไข้ และการรั่วซึม
  • การเปลี่ยนสายตามกำหนด ต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเป็นระยะ หรือหาพยาบาลมาเปลี่ยนที่บ้าน ซึ่งเป็นภาระเรื่องการเดินทางสำหรับผู้ป่วยที่เคลื่อนย้ายยาก
  • ระยะทางถึงโรงพยาบาล เมื่อสายหลุดหรือมีไข้สูง

ถ้าจะฝากผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะไว้กับศูนย์ ควรถามอะไร

  • รับดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะไหม
  • ใครเป็นคนเปลี่ยนสายเมื่อถึงกำหนด ทีมของศูนย์เปลี่ยนให้ หรือต้องพาไปโรงพยาบาลเอง
  • ทีมดูแลสังเกตและบันทึกปัสสาวะอย่างไร และแจ้งญาติเมื่อไหร่
  • ถ้าผู้ป่วยมีไข้หรือสายหลุดกลางดึก ใครเป็นคนตัดสินใจส่งต่อ และญาติจะรู้เมื่อไหร่
  • ค่าบริการดูแลสายสวนปัสสาวะ รวมในค่าห้องหรือคิดแยก
  • มีใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ ตรวจสอบได้ด้วยตัวเองตามขั้นตอนในบทความเรื่องใบอนุญาตศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะที่ Nest Nursing Home

Nest Nursing Home รับดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะทั้งสาขาปุณณวิถี และสาขาบางปู เป็นหนึ่งในบริการดูแลเพิ่มเติม เมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนสาย ทีมของศูนย์เปลี่ยนให้ที่ศูนย์ ไม่ต้องพาผู้ป่วยออกไปโรงพยาบาล ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ศูนย์มีรถพยาบาลสำหรับเหตุฉุกเฉิน และมีเจ้าหน้าที่พาไปพบแพทย์แทนญาติได้

ค่าดูแลสายสวนปัสสาวะคิดเพิ่มจากค่าห้อง อัตราขึ้นกับสาขา สอบถามและนัดประเมินอาการก่อนเข้าพักได้ที่ โทร 02-460-9280 หรือ LINE @nestnursing ทุกวัน 9.00 - 17.00 น.

คำถามที่พบบ่อย

ใส่สายสวนปัสสาวะแล้วอาบน้ำได้ไหม อาบน้ำได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าสายจะหลุด แต่ควรดูแลให้ถุงอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะ และไม่ถอดสายออกจากถุง

ผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะควรดื่มน้ำวันละเท่าไร เอกสารของศิริราชแนะนำไม่น้อยกว่าวันละ 2,000 ซีซี ยกเว้นผู้ป่วยที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคไตบางราย ให้ทำตามแพทย์กำหนด

ปัสสาวะในถุงขุ่นหรือมีตะกอน ผิดปกติไหม ขุ่นหรือมีกลิ่นอย่างเดียวยังไม่ได้แปลว่าติดเชื้อเสมอไป ให้แจ้งพยาบาลและดื่มน้ำตามที่แพทย์แนะนำ แต่ถ้ามีไข้ หนาวสั่น ซึมหรือสับสน มีหนองหรือเลือดปน ควรพาไปพบแพทย์ และอาจต้องเปลี่ยนสายเร็วกว่ากำหนด

ญาติเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเองที่บ้านได้ไหม ไม่ควร เพราะเสี่ยงติดเชื้อและบาดเจ็บที่ท่อปัสสาวะ ให้บุคลากรที่ผ่านการฝึกเป็นผู้เปลี่ยนเท่านั้น

ฝากผู้ป่วยใส่สายสวนไว้ที่ศูนย์ ต้องพาไปเปลี่ยนสายที่โรงพยาบาลไหม แล้วแต่ศูนย์ บางแห่งเปลี่ยนให้ที่ศูนย์ บางแห่งให้ญาติพาไปโรงพยาบาลเอง ควรถามข้อนี้ก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ท่านช่วยเหลือตัวเองได้แค่ไหน?
แบบทดสอบมาตรฐาน 10 ข้อ ญาติตอบแทนได้ใน 3 นาที รู้ผลทันที

ทำแบบทดสอบฟรี

ปรึกษาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00

โทร 02-460-9280LINE @nestnursing