ให้อาหารทางสายยางที่บ้าน ขั้นตอนและข้อควรระวัง
คู่มือญาติผู้ป่วยติดเตียง ให้อาหารทางสายยางอย่างปลอดภัย ท่าที่ถูกต้อง ความเร็ว การล้างสาย สัญญาณสำลัก และเมื่อไหร่ที่ควรให้มืออาชีพดูแล

การให้อาหารทางสายยางที่บ้านทำได้ปลอดภัย ถ้าจัดท่าศีรษะสูง ตรวจตำแหน่งสายก่อนให้ทุกครั้ง ให้ช้า ๆ ล้างสายด้วยน้ำสะอาดหลังให้อาหารและยา และรู้สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดทันที แต่ทุกขั้นตอนต้องทำถูกต้องทุกมื้อ วันละ 4-6 มื้อ ไม่มีวันหยุด บทความนี้สรุปสิ่งที่พยาบาลสอนญาติก่อนกลับบ้าน ในแบบที่เปิดอ่านซ้ำได้ตอนไม่แน่ใจ
ข้อสำคัญก่อนอ่านต่อ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ชนิดสาย ปริมาณ และสูตรอาหารของผู้ป่วยแต่ละท่านต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์และพยาบาลที่ดูแลเท่านั้น
สายให้อาหารมีแบบไหนบ้าง
- สายทางจมูก (NG tube) สอดจากจมูกผ่านหลอดอาหารลงกระเพาะ ใช้ในระยะสั้นถึงปานกลาง ต้องเปลี่ยนสายตามกำหนดโดยพยาบาล
- สายทางหน้าท้อง (PEG หรือ gastrostomy) ใส่ผ่านผนังหน้าท้องเข้ากระเพาะโดยตรง เหมาะกับผู้ที่ต้องให้อาหารทางสายนานหลายเดือน ผู้ป่วยสบายกว่าและลดการระคายเคืองจมูกและคอ
ทั้งสองแบบมีหลักการให้อาหารคล้ายกัน ต่างกันที่การดูแลตำแหน่งที่สายเข้าสู่ร่างกาย
ขั้นตอนการให้อาหารแต่ละมื้อ
- ล้างมือ ให้สะอาดทุกครั้ง อาหารทางสายเป็นแหล่งเพาะเชื้อได้ง่าย
- จัดท่าศีรษะสูง 30-45 องศา ก่อนเริ่ม และคงท่านี้ไว้อย่างน้อย 30-60 นาทีหลังให้อาหารเสร็จ นี่คือข้อป้องกันสำลักที่สำคัญที่สุด
- ตรวจตำแหน่งสาย ดูขีดหรือเทปที่ทำเครื่องหมายไว้ว่าสายเลื่อนเข้าออกหรือไม่ ถ้าสายเลื่อน ผู้ป่วยไอมาก หรือไม่แน่ใจตำแหน่ง ห้ามให้อาหารจนกว่าพยาบาลจะตรวจสอบ ส่วนการดูดตรวจอาหารค้างในกระเพาะก่อนมื้อ ให้ทำเฉพาะเมื่อแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลสั่ง และใช้เกณฑ์ปริมาณที่ท่านกำหนดเท่านั้น เพราะแนวทางปัจจุบันไม่ได้แนะนำให้ทำเป็นกิจวัตรในทุกราย
- อาหารอุณหภูมิห้อง อาหารเย็นจัดจากตู้เย็นทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย และสะอึก
- ให้ช้า ๆ ปล่อยตามแรงโน้มถ่วง ยกกระบอกสูงกว่าตัวผู้ป่วยไม่เกินหนึ่งฟุตโดยประมาณ ใช้เวลาต่อมื้อราว 15-30 นาที ห้ามดันด้วยแรง
- ล้างสายด้วยน้ำสะอาด ประมาณ 30-50 มิลลิลิตร หรือตามที่กำหนด ทั้งก่อนและหลังให้อาหาร และหลังให้ยาทุกชนิด เพื่อไม่ให้สายอุดตัน
- ปิดจุกสาย และบันทึกเวลา ปริมาณ และอาการผิดปกติที่พบ
การให้ยาทางสาย
- ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนว่ายาแต่ละตัวบดได้หรือไม่ ยาบางชนิดเช่นยาออกฤทธิ์นานหรือยาเคลือบพิเศษ บดแล้วอันตราย
- บดยาทีละชนิด ละลายน้ำ ให้ทีละตัว ล้างสายด้วยน้ำระหว่างยาแต่ละตัว ห้ามผสมยาลงในอาหาร
สัญญาณที่ต้องหยุดให้อาหารทันที
- ไอ สำลัก หายใจเร็วหรือหอบ ริมฝีปากเขียว
- อาเจียน หรือมีอาหารไหลย้อนขึ้นมาในปาก
- ท้องอืดตึงมาก หรือปวดท้องรุนแรง
- สายเลื่อนออกจากตำแหน่งที่ทำเครื่องหมาย
ถ้ามีอาการหายใจลำบากหรือปากเขียว ให้หยุดให้อาหาร จัดท่านั่งหรือตะแคง และโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที การสำลักอาหารลงปอดเป็นสาเหตุสำคัญของปอดอักเสบในผู้ป่วยติดเตียง
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีรับมือ
- สายอุดตัน ลองล้างด้วยน้ำอุ่นเบา ๆ ห้ามใช้ของแข็งแยงสาย ถ้ายังไม่ผ่านให้ติดต่อพยาบาล
- ท้องเสีย มักมาจากการให้เร็วเกินไป อาหารเย็น สุขอนามัยการเตรียมอาหาร หรือยาบางชนิด จดบันทึกแล้วปรึกษาแพทย์ ห้ามหยุดให้อาหารเองนานเกินไปเพราะจะขาดน้ำ
- สะอึกบ่อยหลังมื้ออาหาร ให้ช้าลงและแบ่งมื้อเล็กลง ถ้าสะอึกต่อเนื่องอ่านเพิ่มในผู้ป่วยติดเตียงสะอึกบ่อย เกิดจากอะไร อันตรายไหม
- ผิวรอบสายหน้าท้องแดง มีน้ำเหลืองซึม หรือมีกลิ่น อาจติดเชื้อ ควรพบแพทย์
- แผลกดทับจากภาวะโภชนาการ ผู้ป่วยที่ได้อาหารไม่พอเสี่ยงแผลกดทับมากขึ้น อ่านวิธีป้องกันในแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง
เมื่อไหร่ที่การดูแลเองที่บ้านเริ่มเสี่ยงเกินไป
ครอบครัวจำนวนมากดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายที่บ้านได้ดี แต่ควรพิจารณาให้มืออาชีพดูแล หรือย้ายมาศูนย์ที่มีพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อ
- ผู้ป่วยสำลักหรือเป็นปอดอักเสบซ้ำ แม้ทำตามขั้นตอนแล้ว
- ต้องดูดเสมหะร่วมด้วยบ่อยครั้ง หรือมีหัตถการหลายอย่างพร้อมกัน
- ผู้ดูแลหลักมีคนเดียว ต้องตื่นให้อาหารกลางคืนและเริ่มป่วยเอง
- น้ำหนักผู้ป่วยลดลงต่อเนื่อง หรือมีแผลกดทับเกิดขึ้นแล้ว
- ไม่มีใครในบ้านมั่นใจเรื่องการเปลี่ยนสายหรือรับมือเหตุฉุกเฉิน
ที่ Nest Nursing Home การให้อาหารทางสายยางและทางหน้าท้อง การดูดเสมหะ และการดูแลแผล เป็นหัตถการที่ทีมพยาบาลทำเป็นประจำ ภายใต้การกำกับของแพทย์ประจำทีม พร้อมบันทึกทุกมื้อให้ครอบครัวตรวจสอบได้ ความต่างระหว่างการจ้างผู้ดูแลมาที่บ้านกับการอยู่ศูนย์ อ่านได้ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กับการจ้างแม่บ้านดูแลผู้ป่วย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เอกสารความรู้สำหรับประชาชนเรื่องการให้อาหารทางสายยาง
ยังไม่มั่นใจว่าจะดูแลเองไหวไหม ปรึกษาเราได้
ทีมพยาบาลของ Nest Nursing Home รับปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย เล่าอาการและจำนวนหัตถการที่ต้องทำ เราจะช่วยประเมินว่าดูแลต่อที่บ้านได้ หรือควรมาอยู่ศูนย์ระยะสั้นเพื่อปรับอาการก่อน โทร 064-645-5045 หรือ LINE @nestnursing ทุกวัน 9.00 - 17.00 น. สาขาปุณณวิถี สุขุมวิท และสาขาบางปู สมุทรปราการ
