ดูแลผู้ป่วยเจาะคอ ต้องรู้อะไร ดูแลที่บ้านหรือศูนย์ดี
ผู้ป่วยเจาะคอต้องได้รับการดูดเสมหะ ทำแผล และล้างท่ออย่างถูกวิธี สรุปสิ่งที่ญาติควรรู้ อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล และวิธีเลือกว่าจะดูแลที่บ้านหรือที่ศูนย์

ผู้ป่วยเจาะคอต้องได้รับการดูแล 3 อย่างเป็นประจำ คือ การดูดเสมหะ การทำแผลรอบท่อ และการทำความสะอาดท่อหลอดลมชั้นใน ทั้ง 3 อย่างเป็นหัตถการที่ต้องฝึกให้ถูกวิธี เพราะถ้าทำไม่ถูก อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดติดเชื้อได้ ญาติที่จะดูแลเองที่บ้านควรได้รับการฝึกจากทีมโรงพยาบาลก่อนพาผู้ป่วยกลับบ้าน และต้องรู้ว่าอาการแบบไหนต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
เจาะคอคืออะไร ทำไมผู้ป่วยต้องเจาะคอ
การเจาะคอ (Tracheostomy) คือการเปิดรูที่ผนังด้านหน้าของหลอดลมใหญ่บริเวณคอ แล้วใส่ท่อเข้าไป เพื่อให้อากาศผ่านลงสู่ปอดได้
ตามเอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แพทย์มักพิจารณาเจาะคอในกรณีเหล่านี้
- ทางเดินหายใจส่วนต้นอุดกั้น เช่น มีเนื้องอกบริเวณกล่องเสียง
- มีเสมหะมาก และไอขับออกเองไม่ได้
- ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน ราว 1 สัปดาห์ขึ้นไป ขึ้นกับการประเมินของแพทย์ เช่น ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง
เป้าหมายคือช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น เป็นทางระบายเสมหะ และลดโอกาสสำลัก ผู้ป่วยเรื้อรังจำนวนมากจึงต้องกลับบ้านพร้อมท่อเจาะคอ ครอบครัวจำเป็นต้องเตรียมพร้อมเรื่องการดูแล
การดูแลผู้ป่วยเจาะคอ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
1. การดูดเสมหะ ผู้ป่วยบางรายมีเสมหะมากจนไอออกเองไม่ได้ เสมหะที่ค้างอาจอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต การดูดเสมหะจึงสำคัญมาก แต่ต้องใช้เครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ และเทคนิคที่ถูกต้อง เพราะถ้าทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้ปอดติดเชื้อหรือปอดแฟบได้ บางรายต้องดูดเสมหะหลายครั้งต่อวัน รวมถึงตอนกลางคืน
2. การทำแผลรอบท่อเจาะคอ ต้องรักษาความสะอาดรอบท่อด้วยอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ และเปลี่ยนผ้าก๊อซรองท่อทุกครั้งที่เปียกหรือเปื้อน อย่างน้อยวันละครั้งหรือตามที่พยาบาลสอน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่แผล
3. การทำความสะอาดท่อหลอดลมชั้นใน ท่อเจาะคอส่วนใหญ่มีท่อชั้นในที่ถอดออกมาทำความสะอาดได้ วิธีล้างและฆ่าเชื้อขึ้นกับชนิดของท่อว่าเป็นพลาสติกหรือโลหะ
ขั้นตอนของแต่ละหัตถการ ควรฝึกกับพยาบาลจนทำได้จริงก่อนกลับบ้าน และใช้คู่มือที่โรงพยาบาลให้มาเป็นหลัก เช่น แนวทางการดูแลผู้ป่วยเจาะคอที่บ้าน ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
โทร 1669 ทันที เมื่อ
- ท่อหลอดลมคอหลุด หรือท่อชั้นในหาย
- ท่อตัน ดูดเสมหะหรือถอดล้างท่อชั้นในแล้วยังหายใจไม่สะดวก
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย แม้ดูดเสมหะหรือทำความสะอาดท่อชั้นในแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น
- มีเลือดออกมาก จากท่อ หรือรอบ ๆ ท่อ
รีบพาไปพบแพทย์ เมื่อ
- แผลเจาะคอติดเชื้อ เช่น มีไข้ ปวด บวม แดง หรือมีหนองออกจากแผล
- อาจมีปอดหรือหลอดลมติดเชื้อ เช่น ไอมากขึ้น เสมหะข้นสีเขียวหรือเหลือง มีกลิ่นเหม็น ร่วมกับมีไข้
- มีเลือดซึมเล็กน้อย ปนเสมหะหรือรอบท่อ
เตรียมรับมือท่อหลุดไว้ล่วงหน้า ท่อหลุดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ก่อนพาผู้ป่วยกลับบ้าน ขอให้พยาบาลสอนวิธีรับมือเมื่อท่อหลุด และเตรียมท่อสำรองกับอุปกรณ์ฉุกเฉินตามที่โรงพยาบาลแนะนำไว้ข้างเตียงเสมอ
ดูแลประจำวันอย่างไรให้ปลอดภัย
- ให้ผู้ป่วยได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ตามที่แพทย์แนะนำ ช่วยไม่ให้เสมหะเหนียวจนอุดท่อ
- ดูแลให้อากาศที่หายใจเข้าท่อมีความชื้น ตามวิธีที่พยาบาลแนะนำ เช่น ใช้ผ้าก๊อซชื้นปิดปากท่อ หรือเครื่องเพิ่มความชื้น
- ระวังน้ำเข้าท่อ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ห้ามอาบน้ำด้วยฝักบัวตรงบริเวณท่อ และห้ามลงว่ายน้ำ
- ระวังไม่ให้สิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในท่อหลอดลม เช่น เศษอาหาร แป้งฝุ่น และฝุ่น
- เลี่ยงการคลุกคลีกับคนที่เป็นหวัด และที่ที่คนแออัด
- เตรียมเบอร์โทรฉุกเฉิน และวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะไปโรงพยาบาลไหน ใช้เวลาเดินทางเท่าไร
ดูแลผู้ป่วยเจาะคอที่บ้าน หรือให้ศูนย์ดูแลดี
ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกครอบครัว ลองพิจารณา 4 เรื่องนี้
- ความถี่ของการดูดเสมหะ ถ้าต้องดูดหลายครั้งต่อวันและตอนกลางคืน ผู้ดูแลคนเดียวมักเหนื่อยจนเสี่ยงพลาด
- มีคนที่ฝึกแล้วอยู่ด้วยตลอดไหม การดูแลท่อเจาะคอต้องมีคนพร้อมทุกเวลา ไม่ใช่แค่ช่วงกลางวัน
- อุปกรณ์ เช่น เครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์ทำแผล และออกซิเจนในกรณีที่แพทย์สั่ง
- ระยะทางถึงโรงพยาบาล ถ้าท่อหลุดหรือหายใจลำบาก ทุกนาทีมีความหมาย
หลายครอบครัวเริ่มจากดูแลเองที่บ้าน แล้วย้ายมาอยู่ศูนย์ช่วงที่อาการซับซ้อนขึ้น หรือเมื่อผู้ดูแลหลักเริ่มเหนื่อยเกินไป ถ้าผู้ป่วยต้องให้อาหารทางสายยางด้วย อ่านเพิ่มได้ในให้อาหารทางสายยางที่บ้าน ส่วนความต่างของสถานดูแลแต่ละประเภท อ่านได้ในบ้านพักคนชรา กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต่างกันอย่างไร
ถ้าจะฝากผู้ป่วยเจาะคอไว้กับศูนย์ ควรถามอะไร
ไม่ใช่ทุกศูนย์รับผู้ป่วยเจาะคอ ก่อนตัดสินใจควรถามให้ชัด
- รับดูแลผู้ป่วยเจาะคอไหม และเคยดูแลผู้ป่วยอาการแบบเดียวกันมาก่อนหรือไม่
- ทีมดูแลกะกลางคืนดูดเสมหะได้ไหม เพราะเสมหะไม่ได้เกิดเฉพาะเวลากลางวัน
- มีเครื่องดูดเสมหะและออกซิเจนพร้อมใช้ไหม
- ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ศูนย์ทำอะไรบ้าง ส่งโรงพยาบาลไหน ใช้รถอะไร และแจ้งญาติอย่างไร
- ค่าบริการดูแลท่อเจาะคอและดูดเสมหะ รวมในค่าห้องหรือคิดแยก
- ศูนย์ได้รับอนุญาตถูกต้องไหม เช็กเองได้ตามวิธีในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใบอนุญาตไหม
ผู้ป่วยเจาะคอที่ Nest Nursing Home
Nest Nursing Home รับดูแลผู้ป่วยเจาะคอทั้งสาขาปุณณวิถี และสาขาบางปู โดยมีบริการดูแลเพิ่มเติม ได้แก่ ดูแลแผลเจาะคอ ดูดเสมหะ และให้ออกซิเจน ทีมดูแลกะกลางคืนดูดเสมหะให้ผู้ป่วยได้ กรณีฉุกเฉินมีบริการรถพยาบาล และเจ้าหน้าที่พาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลแทนญาติได้
ค่าบริการดูแลเพิ่มเติมแต่ละรายการแตกต่างกันตามอาการและสาขา ทีมงานจะประเมินอาการและแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเข้าพัก โทร 02-460-9280 หรือ LINE @nestnursing ทุกวัน 9.00 - 17.00 น.
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยเจาะคอพูดได้ไหม ขึ้นกับสาเหตุที่เจาะคอ ชนิดของท่อ และการประเมินของแพทย์ บางรายพูดเป็นคำสั้น ๆ ได้เมื่อปิดปากท่อชั่วคราว หรือใช้ลิ้นช่วยพูด ซึ่งต้องให้แพทย์หรือพยาบาลประเมินและสอนก่อน ห้ามทำเองถ้าท่อมีบอลลูนที่ยังพองลมอยู่ หลายรายกลับมาพูดได้ตามปกติเมื่อหายจากสาเหตุที่ต้องเจาะคอ ยกเว้นผู้ที่ผ่าตัดกล่องเสียงออกไปแล้ว
ผู้ป่วยเจาะคอแล้วมีกลิ่น ผิดปกติไหม กลิ่นอาจเกิดจากเสมหะหรือคราบที่ค้างอยู่รอบท่อ แต่ถ้ามีกลิ่นร่วมกับไข้ แผลบวมแดง หรือมีหนอง อาจเป็นสัญญาณแผลติดเชื้อ และถ้าเสมหะข้น สีเขียวหรือเหลือง มีกลิ่นเหม็น ร่วมกับมีไข้ อาจเป็นปอดติดเชื้อ ควรพาไปพบแพทย์
ญาติต้องฝึกดูแลก่อนพาผู้ป่วยเจาะคอกลับบ้านไหม ควรฝึก ทั้งการดูดเสมหะ การทำแผล และการทำความสะอาดท่อชั้นใน กับทีมพยาบาลของโรงพยาบาลจนทำได้จริง และขอคู่มือไว้ใช้ที่บ้าน
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทุกแห่งรับผู้ป่วยเจาะคอไหม ไม่ทุกแห่ง ควรสอบถามก่อนว่าศูนย์รับดูแลไหม ทีมดูแลกะกลางคืนดูดเสมหะได้หรือเปล่า และมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างไร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, แนวทางการดูแลผู้ป่วยเจาะคอที่บ้าน (หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตรวจสอบเนื้อหาครั้งล่าสุด พ.ศ. 2565)
- ปารยะ อาศนะเสน, การดูแลท่อหลอดลมคอหลังการเจาะคอ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine), Tracheostomy care
