โทร 02-460-9280LINE @nestnursing
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ · บ้านพักคนชรา

ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร เกิดจากอะไร ญาติช่วยอย่างไรได้บ้าง

ผู้สูงอายุเบื่ออาหารมักมีสาเหตุที่แก้ได้ เช่น ฟัน การกลืน ยา ความเหงา หรือโรคประจำตัว สรุปอาการที่ต้องพบแพทย์ วิธีช่วยให้ทานได้มากขึ้น และเรื่องอาหารเสริม

ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร เกิดจากอะไร ญาติช่วยอย่างไรได้บ้าง

ผู้สูงอายุเบื่ออาหารไม่ใช่เรื่องที่ต้องปล่อยไปตามวัย มักมีสาเหตุที่หาเจอและแก้ได้ เช่น ปัญหาฟันหรือฟันปลอม กลืนลำบาก ยาที่ทานประจำ ภาวะซึมเศร้าหรือความเหงา และโรคประจำตัว ญาติควรสังเกตว่าท่านทานได้น้อยลงแค่ไหน ถ้าน้ำหนักลดเองโดยไม่ได้ตั้งใจ กลืนแล้วสำลักบ่อย หรือแทบไม่ยอมทานอาหารและน้ำ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ข้อสำคัญก่อนอ่านต่อ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือแพทย์สั่งจำกัดอาหารหรือน้ำ ควรปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

ทำไมผู้สูงอายุเบื่ออาหารง่ายกว่าวัยอื่น

ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า anorexia of aging งานทบทวนวรรณกรรมระบุว่าไม่ได้เกิดกับทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น แต่ร่างกายที่เปลี่ยนไปตามวัยทำให้เกิดได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากคลินิกผู้สูงอายุ ศิริราช ระบุว่าผู้สูงอายุไทยมีภาวะขาดสารอาหารราวร้อยละ 5–10 และเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารถึงร้อยละ 42.6

ผลที่ตามมาไม่ได้มีแค่ผอมลง เมื่อได้โปรตีนและพลังงานไม่พอ กล้ามเนื้อจะลีบและอ่อนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง งานวิจัยยังพบว่าการเบื่ออาหารร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตที่สูงขึ้น

สาเหตุที่พบบ่อยของการเบื่ออาหารในผู้สูงอายุ

ร่างกายเปลี่ยนไปตามวัย

การรับรสและกลิ่นลดลงตามอายุ อาหารที่เคยชอบจึงไม่น่าทานเหมือนเดิม และกระเพาะอาหารมักทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม

ปัญหาฟันและช่องปาก

ฟันหลุด ฟันหัก ไม่ได้ใส่ฟันปลอม หรือฟันปลอมหลวมจนเจ็บ ทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด ส่วนปากแห้ง เหงือกอักเสบ หรือแผลในปากก็ทำให้ไม่อยากทานได้เช่นกัน

กลืนลำบาก

ผู้สูงอายุบางท่านกลืนลำบาก สำลักอาหารหรือน้ำบ่อย ๆ พบได้มากขึ้นในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน หรือภาวะสมองเสื่อม การสำลักซ้ำ ๆ ยังเสี่ยงต่อปอดอักเสบด้วย

ยาที่ทานประจำ

ยาบางตัวทำให้ปากแห้ง รับรสเปลี่ยน คลื่นไส้ หรือง่วงซึม ยิ่งทานยาหลายตัวพร้อมกันยิ่งเสี่ยง ญาติไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรนำยาทั้งหมด รวมถึงสมุนไพร ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน

ภาวะซึมเศร้า ความเครียด และความเหงา

ภาวะซึมเศร้าพบบ่อยในผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่ซึมเศร้ามักเบื่ออาหารและน้ำหนักลดมากกว่าผู้ป่วยวัยหนุ่มสาว ส่วนผู้ที่อยู่คนเดียวหรือต้องทานข้าวคนเดียวทุกมื้อ ก็มักทานได้น้อยลง

ภาวะสมองเสื่อม

ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมักทานได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น บางรายกลืนลำบาก และหลายรายต้องมีคนคอยเตือน จัดท่านั่ง หรือช่วยป้อนในแต่ละมื้อ อ่านเพิ่มเติมในดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่บ้าน หรือเข้าศูนย์ดูแลดี?

ท้องผูกและโรคประจำตัว

ท้องผูก กระเพาะอักเสบ และโรคระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ ทำให้ทานได้น้อยลง ส่วนการติดเชื้อ โรคหัวใจล้มเหลว โรคปอดเรื้อรัง ไทรอยด์ผิดปกติ หรือโรคมะเร็ง ก็ทำให้เบื่ออาหารได้

อาการแบบไหนต้องพาไปพบแพทย์

  1. น้ำหนักลดเองโดยไม่ได้ตั้งใจ องค์การอนามัยโลกใช้ 2 คำถามคัดกรอง คือ น้ำหนักลดมากกว่า 3 กิโลกรัมใน 3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจ และเบื่ออาหาร ถ้าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง ควรได้รับการประเมินภาวะโภชนาการต่อ
  2. แทบไม่ยอมทานอาหารหรือดื่มน้ำ ติดต่อกันหลายวัน
  3. กลืนลำบาก ไอหรือสำลักขณะทานหรือดื่มบ่อย ๆ หรือเจ็บในปากจนเคี้ยวกลืนไม่ได้
  4. สัญญาณขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลงมาก ปากและลิ้นแห้ง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ท้องผูก หรือซึมลง สับสนกว่าเดิม ผู้สูงอายุอาจไม่มีอาการชัดเจน ถ้าสงสัยควรให้แพทย์ประเมิน
  5. เบื่ออาหารร่วมกับอาการอื่น เช่น มีไข้ อาเจียนหรือท้องเสียไม่หยุด หรือดูซึมเศร้า หมดแรง ไม่อยากทำอะไร

ญาติช่วยให้ผู้สูงอายุทานได้มากขึ้นอย่างไร

  1. แบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อ เพราะผู้สูงอายุอิ่มเร็ว
  2. ทำให้ทุกคำมีคุณค่า เน้นโปรตีนที่เคี้ยวง่าย เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ นม (ศิริราชแนะนำโปรตีนวันละ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) และเพิ่มพลังงานในอาหารที่ทานอยู่แล้ว เช่น ใส่ไข่ในโจ๊ก ผู้ที่มีโรคไตหรือเบาหวานควรถามแพทย์ก่อน
  3. อย่าเพิ่งเข้มงวดเรื่องอาหารโดยไม่จำเป็น แนวทางของสมาคมโภชนาการคลินิกยุโรป (ESPEN) ระบุว่าการจำกัดอาหารที่ทำให้ทานได้น้อยลงอาจเป็นผลเสีย ถ้าแพทย์ไม่ได้สั่งงด ให้ท่านได้ทานของที่ชอบบ้าง
  4. ปรับเนื้ออาหารให้เหมาะกับการเคี้ยวกลืน หั่นชิ้นเล็ก ทำให้นิ่มและชุ่มน้ำ แต่ถ้าสำลักบ่อย ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกลืนประเมินก่อนว่าเนื้ออาหารแบบไหนปลอดภัย ผู้ที่กลืนลำบากมักต้องเลี่ยงอาหารที่มีน้ำปนชิ้น เช่น แกงจืดที่มีชิ้นผัก
  5. ทานด้วยกัน การมีคนทานข้าวด้วยช่วยให้ทานได้มากขึ้นและเหงาน้อยลง ถ้าลูกหลานไม่ได้อยู่ทุกมื้อ ให้ผู้ดูแลนั่งทานพร้อมท่าน จัดท่านั่งให้ตัวตรง และไม่เร่ง
  6. ดูแลช่องปาก แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ดูแลความสะอาดฟันปลอม และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรือเมื่อฟันปลอมหลวม
  7. ให้ดื่มน้ำสม่ำเสมอ ผู้สูงอายุกระหายน้ำน้อยลง ควรวางน้ำไว้ใกล้มือ องค์การอนามัยโลกแนะนำราววันละ 1.6–2 ลิตร (6–8 แก้ว) รวมน้ำซุป สำหรับผู้ที่ไม่ต้องจำกัดน้ำ
  8. จดสิ่งที่ทานและชั่งน้ำหนัก จดคร่าว ๆ ว่าแต่ละมื้อทานได้เท่าไร และชั่งน้ำหนักเป็นประจำ ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ง่ายขึ้น

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ควรใช้ไหม

คนค้นหาคำนี้กันมาก แต่ก่อนซื้อควรรู้หลักการ

  • อาหารปกติมาก่อนเสมอ องค์การอนามัยโลกให้ลองปรับอาหารและเพิ่มมื้อก่อน อาหารทางการแพทย์แบบชงดื่มใช้เมื่อปรับแล้วยังทานได้ไม่พอ
  • ใช้เสริม ไม่ใช่ใช้แทนข้าว ควรดื่มระหว่างมื้อ และติดตามน้ำหนักควบคู่ไปด้วย
  • ชนิดและปริมาณควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือโรคไต
  • อาหารเสริมไม่ได้แก้สาเหตุของการเบื่ออาหาร ถ้าสาเหตุคือฟัน ยา หรือภาวะซึมเศร้า ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนยาเจริญอาหาร งานทบทวนวรรณกรรมระบุว่ายังไม่มีตัวใดแนะนำให้ใช้เป็นประจำ จึงไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยให้อยากอาหารมาให้ท่านทานเอง

มีแบบคัดกรองภาวะโภชนาการไหม

มี เครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายคือ Mini Nutritional Assessment (MNA) สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ฉบับย่อมี 6 ข้อ ครอบคลุมการทานที่ลดลง น้ำหนักที่ลดลง การเคลื่อนไหว ความเจ็บป่วยหรือความเครียดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ความจำหรืออารมณ์ และดัชนีมวลกายหรือเส้นรอบน่อง ผลแบ่งเป็นปกติ เสี่ยงขาดสารอาหาร หรือขาดสารอาหารแล้ว

แบบคัดกรองนี้มีลิขสิทธิ์ และยังไม่มีฉบับประเมินตัวเองภาษาไทยบนเว็บไซต์ทางการ จึงควรให้บุคลากรทางสุขภาพประเมิน ที่บ้านญาติใช้ 2 คำถามขององค์การอนามัยโลกข้างต้นได้ ถ้าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล

ถ้าทานทางปากได้ไม่พอเป็นเวลานาน หรือกลืนไม่ปลอดภัย แพทย์อาจพิจารณาวิธีให้อาหารอื่น เช่น ทางสายยาง โดยชั่งประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล อ่านเพิ่มเติมในให้อาหารทางสายยางที่บ้าน ขั้นตอนและข้อควรระวัง

เมื่อการดูแลเรื่องอาหารที่บ้านเริ่มไม่ไหว

การป้อนข้าวผู้สูงอายุที่ทานช้าหรือกลืนลำบากใช้เวลามาก ผู้ดูแลหลักจึงเหนื่อยสะสมได้ง่าย ลองทำแบบทดสอบภาระผู้ดูแล เพื่อดูว่าภาระหนักเกินไปหรือยัง

ถ้าตัดสินใจให้ศูนย์ดูแลช่วย ควรถามศูนย์ว่า

  • ประเมินเรื่องการกินและการกลืนตั้งแต่แรกรับไหม
  • ปรับเนื้ออาหารและช่วยป้อนได้ไหม และบันทึกว่าท่านทานได้เท่าไร
  • ถ้าท่านทานได้น้อยลงหรือน้ำหนักลด ทีมจะแจ้งญาติเมื่อไหร่ และใครเป็นคนตัดสินใจพาไปพบแพทย์

ช่วงแรกที่ย้ายเข้าศูนย์ ผู้สูงอายุมักทานได้น้อยลงระหว่างปรับตัว อ่านเพิ่มเติมในพ่อแม่เพิ่งเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ช่วงแรกปรับตัวอย่างไร

ดูแลเรื่องอาหารที่ Nest Nursing Home

ที่สาขาปุณณวิถี และสาขาบางปู ค่าบริการรายเดือนรวมอาหาร 3 มื้อ กิจกรรมสันทนาการ และการดูแลกิจวัตรประจำวันไว้แล้ว การประเมินแรกรับครอบคลุมเรื่องโภชนาการ ยาที่ใช้ และภาวะซึมเศร้า แผนดูแลเฉพาะบุคคลมีการฝึกกลืนสำหรับผู้ที่จำเป็น ทีมดูแลสังเกตอาการต่อเนื่อง และประสานส่งต่อโรงพยาบาลพร้อมแจ้งญาติเมื่ออาการเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางก็รับดูแลเป็นบริการเพิ่มเติม ดูรายละเอียดที่บริการของเรา

ปรึกษาหรือนัดเยี่ยมชมสถานที่ได้ที่ โทร 02-460-9280 หรือ LINE @nestnursing ทุกวัน 9.00 - 17.00 น.

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุทานข้าวน้อยลง เป็นเรื่องปกติของวัยไหม พบได้บ่อย แต่ไม่ควรถือว่าปกติเสมอไป ถ้าทานน้อยลงจนน้ำหนักลด ควรหาสาเหตุ เพราะหลายสาเหตุแก้ได้ เช่น ฟันปลอมหลวม ยา หรือภาวะซึมเศร้า

ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ควรทานอะไร อาหารเคี้ยวง่าย ปรุงสุกใหม่ มีโปรตีน เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ นม แบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อ และมีของที่ท่านชอบ ถ้ามีโรคประจำตัวควรถามแพทย์ก่อน

น้ำหนักลดแค่ไหนถึงต้องพบแพทย์ ลดเกิน 3 กิโลกรัมใน 3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจ ควรได้รับการประเมิน แต่ถ้าแทบไม่ทานอาหารหรือน้ำ หรือสำลักบ่อย ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้น้ำหนักลด

พ่อแม่ไม่ยอมทานข้าว ควรบังคับไหม ไม่ควรบังคับหรือรีบป้อน เพราะเสี่ยงสำลัก ลองหาสาเหตุ ปรับอาหาร และนั่งทานด้วยกัน ถ้าไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ท่านช่วยเหลือตัวเองได้แค่ไหน?
แบบทดสอบมาตรฐาน 10 ข้อ ญาติตอบแทนได้ใน 3 นาที รู้ผลทันที

ทำแบบทดสอบฟรี

ปรึกษาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00

โทร 02-460-9280LINE @nestnursing