โทร 02-460-9280LINE @nestnursing
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ · บ้านพักคนชรา

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อ คืออะไร แม่นแค่ไหน

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อถามผู้สูงอายุว่าหลงลืมบ่อยแค่ไหน งานวิจัยในไทยพบว่าจับผู้ที่เป็นได้ไม่ถึง 1 ใน 3 ญาติควรใช้ผลอย่างไร และควรตรวจแบบไหนต่อ

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อ คืออะไร แม่นแค่ไหน

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อเป็นแบบสอบถามสั้น ๆ ที่ถามผู้สูงอายุว่าหลงลืมในชีวิตประจำวันบ่อยแค่ไหน ใช้คัดกรองเบื้องต้นในชุมชน แต่ใช้แทนการตรวจไม่ได้ งานวิจัยในผู้สูงอายุไทย 3 ชิ้นพบตรงกันว่าเครื่องมือนี้จับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมได้ไม่ถึง 1 ใน 3 ถ้าญาติเห็นว่าพ่อแม่หลงลืมมากขึ้น แม้ผลแบบประเมินจะออกมาปกติ ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียด

ข้อสำคัญก่อนอ่านต่อ: แบบประเมินทุกชนิดเป็นเพียงการคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย การยืนยันว่าเป็นภาวะสมองเสื่อมหรือไม่ ต้องให้แพทย์ตรวจร่วมกับการซักประวัติและการตรวจอื่น ๆ

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อ คืออะไร

บางแห่งเรียกว่า “แบบทดสอบสมรรถภาพความจำ 14 ข้อคำถาม” ส่วนใหญ่ให้ผู้สูงอายุตอบเรื่องของตัวเองว่าในช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลงลืมแต่ละเรื่องบ่อยแค่ไหน ตั้งแต่ไม่เคยเลยไปจนถึงเกือบทุกวัน ใช้เวลาเพียง 3–5 นาที ตัวอย่างเรื่องที่ถาม เช่น

  • หาของใช้ในบ้านไม่พบ
  • จำสถานที่ที่เคยไปบ่อย ๆ ไม่ได้
  • ลืมของที่ตั้งใจจะเอาออกไปนอกบ้าน

เครื่องมือนี้พัฒนาร่วมกับสถาบันประสาทวิทยา และสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ อยู่ในแนวทางการดูแลผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อมของกรมการแพทย์ (พ.ศ. 2562) ในประเทศไทย อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใช้คัดกรองผู้สูงอายุในชุมชน เพราะทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน และทำกับคนจำนวนมากได้ ถ้าต้องการทำฉบับทางการพร้อมให้เจ้าหน้าที่แปลผล ติดต่อได้ที่ รพ.สต. หรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

แบบประเมิน 14 ข้อ แม่นยำแค่ไหน

มีงานวิจัยในผู้สูงอายุไทยอย่างน้อย 3 ชิ้นที่ทดสอบความแม่นยำของเครื่องมือนี้ และได้ผลไปในทางเดียวกัน

งานวิจัย ผู้สูงอายุ ในผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม เครื่องมือนี้ตรวจพบ
คณะผู้วิจัยด้านการพยาบาลและผู้สูงอายุ (พ.ศ. 2566) ผู้สูงอายุในชุมชน จ.ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา เทียบกับการวินิจฉัยของแพทย์ตามเกณฑ์ DSM-5 765 คน 10.3%
รพ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว มช. (พ.ศ. 2563) เทียบกับแบบทดสอบ MSET10 305 คน 36.4%
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล (พ.ศ. 2569) เทียบกับการวินิจฉัยของแพทย์ตามเกณฑ์ DSM-5 320 คน 31.5%

งานวิจัยของ มช. ยังพบว่า ในผู้ที่ผลออกมาผิดปกติ มีเพียง 44.4% ที่เข้าเกณฑ์ภาวะสมองเสื่อมตามแบบทดสอบมาตรฐาน และเครื่องมือนี้แยกผู้ที่เริ่มมีปัญหาระยะต้น (MCI) ออกจากคนปกติได้ไม่ดี ผู้วิจัยสรุปว่าควรทบทวนการนำมาใช้เป็นแบบคัดกรองด่านแรก ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างของ มช. เป็นผู้สูงอายุที่เดินทางมาเองได้ ผลจึงอาจต่างไปในผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่น

ความหมายสำหรับครอบครัว

  • ผลปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหา แนวทางของ NICE (สหราชอาณาจักร) ก็ระบุว่าผลคัดกรองที่ปกติ ไม่ได้ตัดภาวะสมองเสื่อมออก
  • ผลผิดปกติ ก็ยังไม่ใช่การวินิจฉัย ควรพาไปตรวจกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ทำไมการให้ผู้สูงอายุตอบเองจึงพลาดได้

แบบประเมินที่ให้ผู้สูงอายุตอบเองขึ้นกับว่าท่านรู้ตัวแค่ไหน ผู้ที่ความจำเริ่มถดถอยจำนวนไม่น้อยไม่ทันสังเกตว่าตัวเองลืมบ่อยขึ้น หรือรู้สึกว่าตัวเองยังจำได้ดีกว่าความเป็นจริง จึงตอบว่าไม่ค่อยลืม ขณะเดียวกัน ความเครียด อารมณ์ซึมเศร้า หรือการนอนไม่พอ ก็ทำให้คนที่สมองปกติรู้สึกว่าตัวเองขี้ลืมได้

ในทางกลับกัน คนในบ้านมักเป็นคนแรกที่เห็นการเปลี่ยนแปลง เช่น ถามเรื่องเดิมซ้ำ ลืมนัด หรือเริ่มจัดการเรื่องเงินไม่ได้เหมือนเดิม ข้อมูลจากญาติจึงมีค่ามากในการคัดกรอง แนวทางของ NICE แนะนำให้ใช้แบบสอบถามที่ญาติเป็นผู้ตอบ เช่น IQCODE ประกอบการประเมิน

ถ้าสงสัยว่าพ่อแม่เริ่มสมองเสื่อม ควรทำอย่างไร

1. ให้ญาติทำแบบประเมินที่ญาติเป็นผู้ตอบ แบบประเมิน IQCODE ให้ญาติหรือคนใกล้ชิดเปรียบเทียบความจำและความคิดของท่านในวันนี้กับเมื่อ 10 ปีก่อน มีการศึกษาในผู้สูงอายุไทยที่เรียนน้อย และไม่ต้องให้ผู้สูงอายุทำแบบทดสอบเอง ทำออนไลน์ได้ใน 5 นาที ไม่บันทึกคำตอบ

2. จดสิ่งที่สังเกตเห็นไว้ เขียนว่าเริ่มเห็นอะไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิดบ่อยแค่ไหน และแย่ลงเร็วหรือช้า ข้อมูลนี้ช่วยแพทย์ได้มาก

3. พาไปพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียด แพทย์และบุคลากรที่ผ่านการอบรมจะใช้แบบทดสอบที่ละเอียดกว่า เช่น TMSE ที่พัฒนาสำหรับคนไทย หรือ MoCA ซึ่งไวต่อภาวะสมองบกพร่องระยะต้น ร่วมกับการซักประวัติและการตรวจหาสาเหตุอื่นที่ทำให้หลงลืม แบบทดสอบเหล่านี้ควรทำและแปลผลโดยผู้ที่ผ่านการอบรม เพราะระดับการศึกษาของผู้สูงอายุมีผลต่อคะแนน

4. อย่าสรุปจากผลครั้งเดียว ความจำของผู้สูงอายุอาจต่างกันในแต่ละวัน ขึ้นกับการพักผ่อน ความเครียด หรือการเจ็บป่วย การติดตามเป็นระยะช่วยให้เห็นแนวโน้มที่แท้จริง

เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้ว ครอบครัวต้องเตรียมอะไร

ภาวะสมองเสื่อมส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดำเนินไป ช่วงแรกผู้สูงอายุมักยังอยู่บ้านได้ แต่เมื่ออาการมากขึ้น ความต้องการการดูแลจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครอบครัวควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัยในบ้าน การแบ่งเวรดูแล และสุขภาพของผู้ดูแลเอง

Nest Nursing Home ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

Nest Nursing Home ไม่ได้ตรวจวินิจฉัยโรค การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์ แต่เมื่อครอบครัวต้องการผู้ช่วยดูแล เรารับดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์และความจำเสื่อม พร้อมกิจกรรมกระตุ้นความจำและโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล ทั้งสาขาปุณณวิถี และสาขาบางปู ครอบครัวนัดเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจได้

สอบถามได้ที่ โทร 02-460-9280 หรือ LINE @nestnursing ทุกวัน 9.00 - 17.00 น.

คำถามที่พบบ่อย

แบบประเมินภาวะสมองเสื่อม 14 ข้อ ทำเองที่บ้านได้ไหม ทำได้ แต่ควรเข้าใจว่าเป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่พลาดได้บ่อย ถ้าผลปกติแต่คนในบ้านยังเห็นว่าท่านหลงลืมมากขึ้น ควรพาไปพบแพทย์

แบบประเมิน 14 ข้อ กับ IQCODE ต่างกันอย่างไร แบบ 14 ข้อส่วนใหญ่ถามผู้สูงอายุว่าหลงลืมบ่อยแค่ไหน ส่วน IQCODE ให้ญาติหรือคนใกล้ชิดเปรียบเทียบท่านในวันนี้กับเมื่อ 10 ปีก่อน จึงไม่ขึ้นกับว่าผู้สูงอายุรู้ตัวหรือไม่

ผลแบบประเมินผิดปกติ แปลว่าเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า ไม่ใช่เสมอไป ภาวะสมองเสื่อมมีหลายชนิด และอาการหลงลืมอาจมีสาเหตุอื่นที่รักษาได้ แพทย์ต้องตรวจหาสาเหตุก่อนวินิจฉัย

ควรพาผู้สูงอายุไปตรวจความจำที่ไหน เริ่มจากแพทย์ที่ดูแลประจำ หรือโรงพยาบาลที่มีคลินิกผู้สูงอายุหรือคลินิกความจำ แพทย์จะประเมินและส่งต่อผู้เชี่ยวชาญถ้าจำเป็น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ท่านช่วยเหลือตัวเองได้แค่ไหน?
แบบทดสอบมาตรฐาน 10 ข้อ ญาติตอบแทนได้ใน 3 นาที รู้ผลทันที

ทำแบบทดสอบฟรี

ปรึกษาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00

โทร 02-460-9280LINE @nestnursing